Skip to main content

แอพ Nucleus® Smart: ตัวติดตามการได้ยิน


เครื่องแปลงสัญญาณเสียง Nucleus® 7 ติดตามสภาพแวดล้อมในการได้ยิน และสามารถระบุได้เมื่อมีเสียงพูดคุย ตารางแสดง “ระยะเวลาในการได้ยิน” บนหน้าจอ ช่วยติดตามระยะเวลาที่ใช้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีเสียงพูดคุย หากคุณใช้อุปกรณ์เสริมการสตรีม (เช่น iPhone ที่ทำงานร่วมกันได้) เวลานั้นจะถูกคำนวณเช่นกันและเพิ่มลงใน “ระยะเวลาของการได้ยิน”

ระยะเวลาที่ใช้ในสภาพแวดล้อมการได้ยิน สัมพันธ์กับความก้าวหน้าในเส้นทางการได้ยินของคุณ เป้าหมายของ “ระยะเวลาการได้ยิน” แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับวัย ครอบครัว และการทำงาน รวมถึงสถานที่ในเส้นทางการฟังของคุณ วิธีเริ่มต้นที่ดีคือติดตาม “ระยะเวลาการได้ยิน” ในสัปดาห์หรือช่วงเวลานั้นๆ และตั้งเป้าหมายสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อดูการพัฒนาของคุณ

คำแนะนำในแอพ Nucleus Smart สามารถช่วยคุณเพิ่ม “ระยะเวลาการได้ยิน” ได้


เมื่อคุณเข้าคู่เครื่องแปลงสัญญาณเสียงกับแอพ Nucleus Smart แอพจะถามว่าคุณต้องการเปิดใช้งานการซิงโครไนซ์ข้อมูลหรือไม่ การเปิดใช้งานคุณลักษณะการซิงโครไนซ์ข้อมูลจะหมายความว่าข้อมูลตัวติดตามการได้ยินของคุณจะซิงโครไนซ์กับคลาวด์ของ Cochlear หากไม่ได้เปิดใช้งานการซิงโครไนซ์ข้อมูล ข้อมูลตัวติดตามการได้ยินจะได้รับการจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณเท่านั้นและจะไม่ได้รับการซิงโครไนซ์


“คอยล์หลุด” คือจำนวนครั้งที่คอยล์ของเครื่องแปลงสัญญาณเสียง Nucleus 7 ไม่ได้เชื่อมต่อกับการฝังอุปกรณ์ในช่วงเวลาที่กำหนด จำนวนนี้แสดงถึงเหตุการณ์เมื่อคอยล์ถูกนำออกโดยเจตนา (เช่น ขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือ ขณะกำลังอาบน้ำ) และแสดงถึงเหตุการณ์เมื่อคอยล์ไม่ได้เชื่อมต่อโดยไม่เจตนา (เช่น คอยล์หลุดโดยไม่ตั้งใจ) “คอยล์หลุด” อาจถูกบันทึก หากมีปัญหาเกี่ยวกับคอยล์เคเบิล

จำนวนครั้งที่ “คอยล์หลุด” แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคุณ การสร้างค่าพื้นฐานสำหรับคุณเองเป็นความคิดที่ดี คุณสามารถใช้ค่าเฉลี่ยของจำนวนครั้งที่ “คอยล์หลุด” ทุกๆ สัปดาห์เพื่อทำความเข้าใจจำนวนครั้งที่ปกติสำหรับคุณและลูก คุณสามารถบันทึกจำนวน “คอยล์หลุด” ในแต่ละวันเช่นกัน เมื่อคุณมั่นใจว่าจำนวนครั้งที่ “คอยล์หลุด” โดยไม่ตั้งใจนั้นมีน้อยหรือไม่มี คุณสามารถใช้ค่าพื้นฐานเพื่อระบุจำนวน “คอยล์หลุด” ที่พบว่ามากกว่าปกติ

คำแนะนำในแอพ Nucleus Smart สามารถช่วยคุณลดจำนวนครั้งที่ “คอยล์หลุด” ได้


การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องแปลงสัญญาณเสียง Nucleus 7 และอุปกรณ์ Apple ที่รองรับของคุณอาจขาดหายไป ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงมีการรวบรวมข้อมูลที่ไม่เพียงพอ

เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในอนาคต ตรวจสอบให้แน่ใจว่า iPhone หรือ iPod touch ที่ทำงานร่วมกันและเครื่องแปลงสัญญาณเสียงและ Bluetooth® เปิดใช้งานอยู่ รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการนำอุปกรณ์ Apple ของคุณเข้าใกล้ตัวเครื่อง (อย่างน้อยหนึ่งครั้งตอนเช้า และหนึ่งครั้งตอนกลางคืน)

โปรดทราบว่าแอพ Nucleus Smart ต้องทำงานอยู่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงสถานะการทำงานบนหน้าจอ


ไม่จำเป็น คุณเพียงแค่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ Apple และเครื่องแปลงสัญญาณเสียง Nucleus 7 เปิดและอยู่ใกล้กัน (อย่างน้อยหนึ่งครั้งตอนเช้า และหนึ่งครั้งตอนกลางคืน) และ Bluetooth เปิดอยู่ รวมถึงแอพ Nucleus Smart กำลังทำงานบนอุปกรณ์ Apple ที่ทำงานร่วมกันได้


ไม่ใช่ ความเป็นส่วนตัวของคุณคือสิ่งสำคัญสำหรับเรา เครื่องแปลงสัญญาณเสียง Nucleus 7 ติดตามสภาพแวดล้อมและตรวจจับการสนทนา แต่ไม่บันทึกเสียง


ForwardFocus คือคุณลักษณะการควบคุมที่เปิดใช้งานโดยผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้ยินเสียงได้ดีขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ยากต่อการฟัง คุณสามารถเปิดหรือปิดได้ในแท็บ “โปรแกรม” ของแอพ Nucleus Smart

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ForwardFocus จะช่วยลดเสียงรบกวนจากด้านหลังคุณ เพื่อให้คุณสามารถได้ยินเสียงบุคคลที่พูดอยู่ด้านหน้าคุณได้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่เปิดใช้งานในสภาพแวดล้อมที่คุณต้องการจดจ่ออยู่กับคนที่พูดอยู่ตรงหน้าคุณ และปิดใช้งานเมื่อไม่มีความจำเป็น อย่างเช่นในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ


ForwardFocus จำเป็นต้องได้รับการเปิดใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญทางการได้ยินของคุณ ติดต่อ Cochlear หรือผู้เชี่ยวชาญทางการได้ยินของคุณเพื่อสอบถามเพิ่มเติม


การซิงโครไนซ์ข้อมูลคือคุณลักษณะหนึ่งของแอพ Nucleus Smart ซึ่งช่วยให้ข้อมูลจากเครื่องแปลงสัญญาณเสียงของคุณสามารถซิงโครไนซ์กับคลาวด์ของ Cochlear ได้


หากเปิดใช้งานการซิงโครไนซ์ข้อมูล ข้อมูลตัวติดตามการได้ยินของคุณจะได้รับการเก็บสำรองไว้และรวบรวมจากอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีการบันทึกข้อมูล ซึ่งหมายความว่าหากคุณทำโทรศัพท์ของคุณหาย ข้อมูลของคุณจะไม่หายไปด้วยเมื่อคุณเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์อื่น